บทที่ 12 หมอดูเจ้าเล่ห์

“เรื่องนี้มันไม่ถูกต้อง ลุงยังไม่ได้ดูดวงหนูกับแฟนเลย จะให้บอกได้ยังไงว่ามันจะดี ลุงต้องดูดวงก่อน ดูแล้วมันเป็นยังไงก็ต้องบอกไปตามความจริง” หมอดูอิทธิฤทธิ์พูดขึ้น อรุโณทัยยิ้มบาง เธอเอามือล้วงไปในกระเป๋าสะพายข้างของตัวเอง ธนบัตรสีเทาจำนวน 5 ใบถูกยื่นให้กับชายวัยกลางคน

หมอดูอิทธิฤทธิ์นิ่งไป เช่นเดียวกับนาวิน เขารู้สึกทึ่งในแผนการของหญิงสาวเหลือเกิน แผนการนี้มันช่างสุดยอดเยี่ยมจริงๆ

“จริงๆ แล้ว ลุงก็พอเข้าใจล่ะนะว่าหนูกับแฟนคงจะรักกันมาก เลยไม่อยากให้แม่ต้องเป็นกังวลเรื่องดวงใช่ไหม” คนเป็นหมอดูเริ่มมีท่าทีที่อ่อนลง อรุโณทัยยิ้ม

“ค่ะ”

“แต่... เรื่องนี้คุณเป็นเอกเขาก็มาขอลุงไว้”

“อะไรนะคะ” อรุโณทัยอุทานทันทีที่ได้ยินชื่ออีกคน นาวินหันไปมองหญิงสาวข้างกาย หมอดูอิทธิฤทธิ์กระแอมขึ้นเล็กน้อย

“ดวงของหนูกับคุณเป็นเอกไม่ได้เข้ากันสักเท่าไหร่หรอก เรียกว่าพออยู่ด้วยกันได้ แต่ไม่ถึงกับเสริมดวงอะไรมากมาย คุณเป็นเอกเขาก็มาขอให้ลุงช่วยเชียร์...”

“ฮะ!?” อรุโณทัยอุทาน

“เขาก็ทำอย่างที่หนูโณทำนี่แหละ เพียงแต่ให้ลุงเยอะกว่าเท่านั้นเอง” หมอดูอิทธิฤทธิ์พูดอ้อมแอ้ม อรุโณทัยถึงบางอ้อ มิน่า... เพราะแบบนี้เองแม่เธอถึงได้ฝังใจเชื่ออีตาหมอดูเจ้าเล่ห์ตรงหน้านี่ อรุโณทัยยิ้มแล้วหยิบเงินเพิ่มให้อีก

“พอไหมคะ” เธอถาม หมอดูหยิบธนบัตรสีเทาขึ้นมานับ มีทั้งหมด 20 ใบถ้วน

“20 ใบ ยังไม่ถึงครึ่งที่คุณเป็นเอกให้เลยนะ” หมอดูเจ้าเล่ห์เริ่มมีเหลี่ยมแพรวพราว อรุโณทัยหน้าบึ้ง เธอกำลังจะหยิบธนบัตรให้อีก แต่นาวินก็จับมือห้ามไว้ก่อน ไม่พอ... เขายังฉวยเงินที่อยู่ในมือของหมอดูกลับคืนมาด้วย

“อ้าว!”

“ไม่ต้องให้! ถ้าสองหมื่นไม่พอก็ไม่ต้อง!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เล่นเอาหมอดูและอรุโณทัยหน้าเหวอไปทันที

“คุณนาวิน”

“ไป! กลับ!”

นาวินไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาฉุดข้อมือของหญิงสาวให้ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากบ้านเรือนไทยหลังนี้ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้หมอดูอิทธิฤทธิ์พูดเลยสักนิด พอขึ้นรถได้นาวินก็ถอนหายใจเสียงดัง

“คุณนาวิน...”

“ไอ้หมอดูบ้านี่มันเจ้าเล่ห์ เหลี่ยมจัด ให้ไปตั้ง 2 หมื่นแล้วยังมีหน้ามาขอเพิ่มอีก!” เขาพูดอย่างหงุดหงิด

“คุณไม่เห็นด้วยกับแผนการของฉันเหรอคะ” เธอย้อนถาม

“ผมเห็นด้วยกับแผนการของคุณในตอนแรกนะ แต่พอเห็นพฤติกรรมของไอ้หมอดูนั่นแล้วผมไม่ไว้ใจ มันจะเรียกเงินจากคุณอีก ทั้งๆ ที่คุณให้ไปมันก็เยอะอยู่แล้ว บางที... มันอาจจะรับเงินคุณแล้วไปบอกแผนการนี้กับคนที่ชื่อเป็นเอก ถ้าฝั่งโน้นเขาเสนอเงินให้มากกว่าคุณ ก็เท่ากับว่าแผนเราล้มเหลว คุณเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์”

“มันก็จริง... ฉันลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย”

“ผมว่าเราน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้” เขาหันมาบอกหญิงสาว

“ทางออกอะไรเหรอคะ บอกตามตรงว่าฉันเตรียมมาแผนเดียว ไม่ได้คิดหาแผนสำรองไว้ด้วย”

“เราไปหากาแฟดื่มกันก่อนดีกว่า” เขาขับรถออกไปจากบริเวณหน้าบ้านของหมอดูเจ้าเล่ห์นั่น ระหว่างทางอรุโณทัยก็นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง

“ฉันไม่คิดว่าอีตาเป็นเอกจะใช้แผนการสกปรกแบบนี้ ตัวเขามากล่อมคุณแม่อย่างเดียวไม่พอ ยังจ้างหมอดูมาเป่าหูแม่ฉันอีก” เธอบ่น

“ช่วยไม่ได้ คุณเสน่ห์แรงเองนี่นา” เขาแซว

“เฮ้อ...”

“ไม่ต้องกังวลไป ผมพอจะคิดแผนการอะไรได้บ้างแล้วล่ะ”

นาวินพูดกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนลงและมีท่าทีผ่อนคลาย ไม่หงุดหงิดเหมือนเมื่อครู่ที่ผ่านมา ทำให้อรุโณทัยอยากรู้นักว่าเขามีแผนการอะไรกันแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป